
รูเบน อาโมริม ย้ำ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเร่งพัฒนาเพื่อกลับมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีก ไม่ต้องรอถึงปี 2028 พร้อมเผยแผนเสริมทีมและเป้าหมายสำคัญในฤดูกาลหน้า
รูเบน อาโมริม: แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องเร่งพัฒนาเพื่อกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก
รูเบน อาโมริม เฮดโค้ชของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าเขากำลังกดดันตัวเองและทีมให้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อกลับมาท้าทายแชมป์พรีเมียร์ลีกโดยไม่ต้องรอนาน
ก่อนเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้กับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้ อาโมริมได้กล่าวถึงเป้าหมายของสโมสร โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ได้วางแผนระยะยาวที่เรียกว่า “Mission 21“ ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์ในการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 21 ภายในปี 2028
อย่างไรก็ตาม อาโมริมไม่ต้องการรอนานขนาดนั้น เขาคาดหวังให้ทีมพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ฤดูกาลหน้า ซึ่งจะเริ่มต้นในอีกประมาณ 4 เดือนข้างหน้า
“ผมเข้าใจว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลา แต่ผมไม่ใช่คนไร้เดียงสา ผมไม่สามารถคิดว่าเราต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อกลับมาแข่งขันได้ นั่นไม่ใช่แนวทางของผม และผมไม่สามารถบริหารทีมด้วยแนวคิดแบบนั้น” อาโมริมกล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกม

โค้ชชาวโปรตุเกสยอมรับว่าการไล่ตามทีมระดับท็อปจะเป็นงานที่ยาก แต่เขาก็ไม่ต้องการพูดถึงการใช้เวลาเป็นปีๆ ในการสร้างทีมใหม่
“ผมรู้ว่าเราอาจจะไม่ใช่ทีมลุ้นแชมป์ที่ใหญ่ที่สุดในฤดูกาลหน้าหรือแม้แต่สองปีข้างหน้า เรากำลังเปลี่ยนแปลงหลายอย่างภายในสโมสร และมันต้องใช้เวลา แต่ผมจะไม่มานั่งที่นี่แล้วบอกว่าเราต้องใช้เวลาหลายปี”
“เป้าหมายของเราคือฤดูกาลหน้า”
อาโมริมยืนยันว่าเขาไม่ได้หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในทันที แต่เขาต้องการให้ทีมเริ่มต้นเส้นทางแห่งความสำเร็จโดยเร็วที่สุด
“ผมไม่ได้บอกว่าเราจะได้แชมป์ทันทีในฤดูกาลหน้า ผมไม่ได้บ้า แต่ผมจะไม่เป็นโค้ชที่มาพูดว่าเราต้องใช้เวลานานในการสร้างทีม”
นอกจากนี้ อาโมริมยังกล่าวถึงแผนการเสริมทัพเพื่อยกระดับทีมให้สามารถแข่งขันกับทีมระดับท็อปได้
“ทุกทีมกำลังพัฒนา และพวกเขาจะพัฒนาไปอีกขั้นในฤดูกาลหน้า ดังนั้นเราต้องโฟกัสที่จุดแข็งของเรา และใช้ศักยภาพของสโมสรเพื่อคว้านักเตะคุณภาพสูงเข้ามา 1-2 คน”
“ผมไม่สามารถบริหารทีมโดยคิดว่า ‘อีกสามปีเราค่อยพยายาม’ สำหรับผม ทุกอย่างต้องเริ่มต้นในฤดูกาลหน้า เราต้องดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เพราะนี่คือสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และผมก็ต้องการความกดดันนั้น ทั้งต่อตัวผมเองและทุกคนที่นี่”
ที่มา https://www.skysports.com